แดง(ที่)เดือดฝั่งเดียวแดง(ที่)เดือดฝั่งเดียว

ศึกการประลองบอลพรีเมียร์ลีกนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นลีกยอดนิยมมากที่สุดในโลก เมื่อขายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดทั่วทั้งโลก


ซึ่งจากในสมัยก่อนที่จะมีกลุ่มยักษ์ใหญ่ของลีกอยู่แค่เพียง กลุ่มเพียงแค่นั้น แต่ว่าในตอนนี้ได้มีการยกฐานะขึ้นมาอีก กลุ่ม ทำให้ช่วงนี้เปลี่ยนเป็นลีกที่มีกลุ่มที่ได้โอกาสเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง กลุ่มแล้วในช่วงเวลานี้ ทำให้ความสนุกสนานนั้นมากขึ้นไปอีก ทั้งยังการขับต้มกันแย่งแชมป์ หรือแมตช์การประลองของกลุ่มในกรุ๊ปท็อป อีก ทำให้มีบิ๊กแมตช์ในแต่ละฤดูมากขึ้นอีกด้วย โดยถ้าเกิดกล่าวถึงศึกบิ๊กแมตช์ของศึกลา ลีก้าประเทศสเปน ทุกคนจำเป็นที่จะต้องเอ่ยถึงเกมเอล กลาสิเก๋ ที่เป็นการเจอกันระหว่างบาร์เซโลน่า แล้วก็เรอัล มาดริดอย่างแน่แท้ เพราะว่า กลุ่มนี้นั้นชิงดีชิงเด่นชิงเด่นกันโดยตลอด แต่ว่าในศึกพรีเมียร์ลีกนั้นเกมบิ๊กแมตช์ที่ใหญ่ที่สุดของลีกนั้นจะแปรไปตามสมัยตามสมัยนิยมที่กลุ่มพวกนั้นก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ แต่ว่าก็มีอยู่คู่หนึ่งที่เจอกันเมื่อใดนั้นก็จำต้องนับได้ว่าเป็นศึกบิ๊กแมตช์นิรันดร มันก็คือศึกแดงเดือดที่เป็นการเจอกันระหว่างหงส์แดง กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั่นเอง ซึ่งเป็นคู่กรณีกันมาอย่างช้านานหลายสิบปี ซึ่งมีความเข้มข้นมหาศาล แม้ว่าในช่วงหลังกลุ่ม ลิเวอร์พูล” จะมิได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมานานแล้วหลังจากนั้นก็ตาม แต่ว่าการเจอกับกลุ่ม ภูติผีปีศาจแดง” ก็นับว่าเป็นเกมใหญ่ตลอดมา
แต่ว่าในศึกแดงเดือดนัดหมายปัจจุบันเมื่อช่วงเวลากลางเดือนก่อนหน้าที่ผ่านมานั้น ถือได้ว่าเกมแดงเดือดอีกเกมหนึ่งที่ปราศจากความสนุกสนานเลยแม้แต่น้อย โดยอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความระทึกใจบ้างในบางช่วงเวลาแม้กระนั้นสิ่งจำเป็นที่สุดก็คือดูราวกับว่าจะเป็นเกมแดงเดือดที่เดือดอยู่ฝ่ายเดียวเสียมากกว่า มันก็คือฝั่งเจ้าของบ้านหงส์แดงที่มองมีความอยากที่จะเป็นผู้ชนะตั้งแต่เริ่มเขี่ยบอลเลยด้วย แล้วก็เพียรพยายามบุกเข้าใส่กลุ่ม ซาตานแดง” โดยตลอด ซึ่งภายหลังที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถตามตีเสมอได้เป็น 1-1 ในตอนกึ่งกลางครึ่งแรกแล้ว จากนั้นพวกเขาก็ปราศจากความที่ต้องการจะเปลี่ยนเป็นผู้ชนะอะไร กล่าวได้ว่าผู้ร่วมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ หวาดหวั่นกลุ่มเจ้าถิ่นก็ว่าได้ ซึ่งเป็นมาตลอด ฤดูที่ผ่านมาที่ที่ปรึกษาชาวโปรเหม็นตุกีสพาทีมบุกมาเยี่ยมรังแอนฟิลด์ ซึ่งเขาสามารถเอาผลเสมอ 0-0 กลับไปได้ตลอด ปีให้หลัง ทำให้ปีนี้เขาคิดแผนที่จะทำแบบเดิมอีกที แม้กระนั้นด้วยประสิทธิภาพของหงส์แดงที่กล้าแกร่งขึ้น ทำให้กลยุทธ์ของผู้จัดการทีมวัย 55 ปีไม่เป็นผลดังเดิม และก็มันทำให้แปลงเป็นเกมที่จืดจางไปเลยสำหรับแดงเดือดแรกในช่วงฤดูกาลนี้