มองอนาคตของโลกปี 2020มองอนาคตของโลกปี 2020

ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่ก็มาถึง ทุกคนมีความหวังเดียวกันที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีในทุกๆปีใหม่ ท่ามกลางสถานการ์ณโลกที่แสนจะอลหม่าน จากการที่ประเทศมหาอำนาจที่บังคับ


ในทางการเมืองอย่างไร้ความเกรงใจ เพื่อประโยชน์สูงสุดในปีนี้ ประเทศมหาอำนาจอย่างประเทศ สหรัฐอเมริกา กำลังเกิดการแข่งขัยทางการเมืองอย่างดุเดือด และถึงเวลาที่จะต้องเลือกตั้ง เลือกประธานาธิบดีคนใหม่ ในเดือน พฤศจิกายน ต้องแข่งขันชิงกันระหว่าง โดนัลด์ ททรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ Donald trump ตัวแทนพรรครีพับลิกัน กับตัวเต็งจากฝ่ายตรงข้ามอย่างฝ่ายค้านเดโมแครต ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าหวยจะออกที่ “โจ ไบเดน” อดีตรองประธานาธิบดีในยุคของโอบามา หรือม้ามืดอย่างเช่น ไมเคิล บลูมเบิก เจ้าพ่อมหาเศรษฐีธุรกิจสื่อมวลชล

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา โดนัลด์ ทรัปม์ Donald trump จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้ชนะ และจะได้ครองอำนาจในรุ่นที่ 2 ต่อไปอีกถึง 4 ปี รวมถึงใช้นโนบายต่างประเทศต่างๆในการดึงคะแนนเสียงมาเป็นฝ่ายตัวเอง แม้ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ Donald trump จะมีคดีถอดถอน หรือว่าอิมพีชเม้นต์ ในฐานที่ใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบ แต่สุดท้าบก็น่าจะรอดพ้นการลงดาบ เพราะว่าต้องใช้เสียงลงมติวุฒิกว่า 2 ใน 2 นั้นเอง

กระนั้นจึงหลีกเลี่ยนไม้พ้นที่การเมืองในโลกปี 2020 นี้ จะต้องรับมือกับนโยบสยเอาใจฐานเสียงของชาวอเมริกันของ โดนัลด์ ทรัมป์ Donald trump (เหมือนที่ผ่านมา) และยากที่จะหลีกเลี่ยง หรือว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องเผชิญหน้ากับมหาอำนาจอื่นๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ สงครามค้าสหรัฐ – และประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ก็เกิดจาดนโนบามที่สามารถสร้างความได้เปรียบแก่ธุรกิจภายในประเทศ และลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าจากประเทศจีน ตามที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวไว้เสมอว่า ประเทศอเมริกาของเค้าต้องมาก่อนเท่านั้น

แต่สิ่งที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะต้องกระอั่กกระอ่วน กลื่นไม่เข้าคายไม่ออก คือการเจรจาข้อตกลงเรื่องนิวเคลีย์ กับท่านผู้นำสูงสุดอย่าง “คิม จอง อึน” ของประเทศ เกาหลีเหนือ หลัจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามสร้างภาพทำความสนิทสนมกอดคอเคียงบ่าเคียงไหล่ เพื่อแสดงออกถึงประชาชนชาวอเมริกาว่า ผมเอาอยู่ ไม่เหมือนกับท่านผู้นำอื่นๆที่ผ่านมาในยุคก่อนๆ เพราะผลปรากฏว่า ถูกโสมแดงช่วงชิงจังหวะกดดันเรียกร้องให้ยกเลิกการบอยคอต เท่ากับว่าหากทางอเมริกาไม่ยอม เกาหลรเหนือก็พร้อมทุกเมื่อที่จะเพิ่มความดุเดือดได้ทุกเมื่อ